สถานการณ์ประมูล 5G เมืองไทย

สถานการณ์ประมูล 5G เมืองไทย

อาจจะไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่า เทคโนโลยี 5G หรือ ระบบสื่อสารแบบไร้สายยุคที่ 5 กำลังจะเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของผู้คนทั่วทั้งโลก เทคโนโลยี 5G จะก่อให้เราเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเร็วขึ้นกว่าเดิม 10 เท่า มีความหน่วงลดน้อยลง 5 เท่า แล้วก็สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้มากขึ้นถึงล้านชิ้น ความสามารถที่มากขึ้นแบบก้าวกระโดด จะนำมาซึ่งการทำให้ธุรกิจรวมทั้งบริการมีคุณภาพเยอะขึ้น

สำหรับประเทศไทย การประมูล 5G กำลังจะเริ่มขึ้นต้นปีหน้า แล้วสถานการณ์ล่าสุด เป็นอย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ก่อนอื่นเรามาดูประเภทการใช้งานคลื่นความถี่ของผู้ให้บริการเครือข่ายในประเทศไทยปัจจุบัน เรามีการจัดสรรคลื่นเป็น

ย่านคลื่นความถี่สูง 1800 MHz, 2100 MHz และ 2300 MHz
ย่านคลื่นความถี่ต่ำ 700 MHz, 850 MHz และ 900 MHz

ซึ่งเราสามารถแบ่งวิธีจำได้ง่ายๆ ก็คือ

  • คลื่นความถี่ต่ำ สามารถกระจายสัญญาณได้กว้าง
  • คลื่นความถี่สูง สามารถกระจายสัญญาณได้แคบ

แต่ละคลื่นความถี่มีการนำมาใช้งานแตกต่างกัน ด้วยคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการได้รับจัดสรรคลื่น อุปกรณ์รองรับ และบริการที่จะให้แก่ผู้ใช้งาน

อย่างไรก็ตาม วิวัฒนาการของเทคโนโลยีการสื่อสารที่ผ่านมา ทำให้เราเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากขึ้นซึ่งความสำคัญของคลื่นย่านความถี่ก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย

แน่นอนว่า 5G ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะมีประสิทธิภาพก้าวกระโดดไปอีกขั้น และต้องการคลื่นความถี่มาเปิดให้บริการจำนวนมากกว่าเดิม และแตกต่างจากเดิม เพราะอินเทอร์เน็ตจะไม่ได้ถูกใช้บนสมาร์ตโฟน แต่จะกลายเป็นการเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ รวมถึงเครื่องจักรอุตสาหกรรม ได้นับล้านชิ้น นิคมอุตสาหกรรมของเราจะมีกำลังการผลิตจากหุ่นยนต์ที่มากขึ้น ระบบไฟฟ้าบนท้องถนนของเราจะถูกสั่งการอัตโนมัติ เรากำลังจะใช้โดรนเพื่อตรวจสอบผลผลิตทางการเกษตร

ทีนี้ เรามาดูสถานการณ์ประมูล 5G ประเทศไทย

กสทช. ได้จัดสรรการประมูลหลายคลื่นความถี่พร้อมๆ กัน จำนวน 56 ใบอนุญาต ได้แก่

  • 700 MHz จำนวน 3 ใบ ใบละ 8,792 ล้านบาท
  • 1800 MHz จำนวน 7 ใบ ใบละ 12,486 ล้านบาท
  • 2600 MHz จำนวน 19 ใบ ใบละ 1,862 ล้านบาท
  • 26 GHz จำนวน 27 ใบ ใบละ 423 ล้านบาท

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ มูลค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่สำหรับการประมูล 5G ประเทศไทย ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศชั้นนำทั่วโลก

  • ใบอนุญาต 700 MHz แพงสุดเป็นอันดับ 4 ของโลก
  • ใบอนุญาต 1800 MHz แพงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลก
  • ใบอนุญาต 2600 MHz แพงสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก
  • ใบอนุญาต 26 GHz แพงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก

มูลค่าที่สูงระดับนี้จะทำให้รัฐบาลระดมทุนได้มหาศาลอย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการอย่าง AIS, TRUE และ DTAC จะมีต้นทุนที่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งก็อาจส่งผลกระทบโดยตรงไปยังค่าบริการ
ที่อาจมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในอนาคต และที่สำคัญ จะกระทบต่อความเร็วในการขยายพื้นที่ให้บริการ นอกจากนี้ อีกหนึ่งข้อสังเกตก็คือ การพัฒนา 5G ทั่วโลก ส่วนใหญ่จะถูกพัฒนาบนคลื่นความถี่ย่าน 3500 MHz นั่นหมายความว่า อุปกรณ์และเครื่องมือส่วนใหญ่จะถูกพัฒนาเพื่อรองรับกับคลื่นดังกล่าว

อย่างไรก็ตามการประมูลคลื่น 5G ประเทศไทยที่กำลังจะเกิดขึ้นปีหน้า กลับมีเพียงคลื่น 2600 MHz จำนวน 19 ใบ คิดเป็นปริมาณคลื่นความถี่ 190 MHz ในขณะที่ปริมาณคลื่นความถี่ที่เหมาะสมต่อการพัฒนา 5G ขั้นต่ำควรอยู่ที่ 100 MHz

ปัจจุบัน ผู้ให้บริการเครือข่ายในประเทศไทยมี 3 ราย คิดเลขแบบตรงไปตรงมา หาก AIS, TRUE และ DTAC จะสามารถพัฒนา 5G อย่างมีประสิทธิภาพ ก็น่าจะต้องมีปริมาณคลื่นความถี่ 300 MHz

หากการประมูลเป็นไปตามร่าง กสทช. ก็อาจส่งผลให้ใบอนุญาต 2600 MHz เพียงพอต่อผู้ให้บริการเพียงแค่ 2 ราย

หมายความว่า นอกจากปริมาณคลื่นความถี่ในร่างการประมูลปัจจุบัน อาจส่งผลให้ผู้ใช้งานของผู้ให้บริการจำนวนมากไม่ได้ใช้งาน 5G

นอกจากนี้ มูลค่าการประมูลอาจมีแนวโน้มสูงขึ้นเนื่องจากปริมาณคลื่นที่มีอยู่อย่างจำกัด สำหรับคลื่น 3500 MHz ในประเทศไทยปัจจุบันอยู่กับบริษัท ไทยคม และมีกำหนดที่กำลังครบสัญญาในปีหน้า

ซึ่งถ้าหากคลื่น 3500 MHz ถูกนำมาประมูลในรอบนี้ ผู้ให้บริการก็จะสามารถวางแผนกระจายคลื่นความถี่ และเม็ดเงินลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าต้องรอจนหมดสัญญาก็ต้องแลกมาด้วย ความล่าช้าของการพัฒนา 5G ประเทศไทย ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือเป็นประเด็นที่น่าจับตามองว่า ช่วงการประมูลที่ถูกกำหนดไว้ปัจจุบันสมเหตุสมผลขนาดไหน มากไปกว่านั้น เกณฑ์การวางหลักประกันทางการเงินจากผู้เข้าประมูลที่ล่าสุด กสทช. กำหนดตามร่างไว้ 10% ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในระดับต่ำมาก และอาจเสี่ยงต่อการทิ้งใบอนุญาตเมื่อประมูลได้สำเร็จแบบการประมูล 4G รอบที่ผ่านมา..

การเกิดขึ้นของ 5G ประเทศไทยรอบนี้ น่าจะเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของประเทศที่ต้องการความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ ภาคเอกชนมีหน้าที่พัฒนาเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในขณะที่ภาครัฐบาลก็ต้องวางรากฐานการออกกฎหมายกำกับดูแลที่เด็ดขาดชัดเจน ในอนาคตอันใกล้นี้ เราก็น่าจะกำลังก้าวสู่ยุคใหม่อีกครั้ง

ซึ่งแน่นอนว่ามันคงเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นไม่แพ้การเกิดขึ้นของ 4G เมื่อหลายปีก่อน เรื่องราวทั้งหมดนี้ถือเป็นสถานการณ์การประมูลล่าสุด ที่คนไทยควรให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด เพราะหากเราเริ่มได้ดีเท่าไร ประเทศไทยก็จะกระโดดได้ไกลเท่านั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *